5 จุดพลาดเมื่อแจ้งเบาะแสไก่ชน
การแจ้งเบาะแสไก่ชนผิดกฎหมายควรเริ่มจากความปลอดภัยของผู้แจ้ง ไม่ใช่การแอบเข้าไปเก็บภาพจนตัวเองเสี่ยงอันตราย ในประเทศไทย ผู้พบเหตุสามารถติดต่อสถานีตำรวจในพื้นที่ ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 กรมปศุสัตว์....
5 จุดพลาดเมื่อแจ้งเบาะแสไก่ชน
การแจ้งเบาะแสไก่ชนผิดกฎหมายควรเริ่มจากความปลอดภัยของผู้แจ้ง ไม่ใช่การแอบเข้าไปเก็บภาพจนตัวเองเสี่ยงอันตราย ในประเทศไทย ผู้พบเหตุสามารถติดต่อสถานีตำรวจในพื้นที่ ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 กรมปศุสัตว์ หรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตามลักษณะเหตุ โดยรวบรวมข้อมูลสำคัญ เช่น สถานที่ วันเวลา จำนวนสัตว์ ผู้เกี่ยวข้อง และพฤติกรรมที่เห็นจริง พันธุ์ไก่ชนให้ความสำคัญกับความรู้เรื่องกฎสนาม การดูแลสัตว์ และการแยกกิจกรรมที่ถูกต้องออกจากการทารุณกรรมหรือการพนันผิดกฎหมาย อย่าเผยแพร่ชื่อหรือที่อยู่ผู้แจ้งในสื่อสาธารณะ และอย่าเผชิญหน้ากับผู้ต้องสงสัย การแจ้งที่ดีไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ต้องแยกข้อเท็จจริงออกจากการคาดเดา พร้อมส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบอย่างเป็นทางการ หากมีอันตรายเฉียบพลัน ให้ออกจากพื้นที่ก่อน แล้วโทร 191 ทันที

Photo by VS N on Pexels
หากต้องการทำความเข้าใจบริบทให้รอบด้าน ลองดู [Internal Link: คู่มือกฎกติกาสนามไก่ชน] ก่อนตัดสินใจแจ้งเหตุ
ก่อนปี 2025 การแจ้งเหตุไก่ชนทำงานอย่างไร
ก่อนปี 2025 ผู้พบเห็นเหตุส่วนใหญ่มักเริ่มจากการโทรสถานีตำรวจหรือแจ้งผู้ใหญ่บ้าน จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมปศุสัตว์ กระทรวงมหาดไทย หรือฝ่ายปกครองในอำเภอ ขั้นตอนนี้ยังใช้ได้ในปี 2026 เพราะการแจ้งเบาะแสไม่ใช่การตัดสินคดีด้วยตนเอง แต่เป็นการส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอำนาจหน้าที่ สถานที่ และพยานหลักฐาน ผู้แจ้งไม่ควรสรุปว่าไก่ชนทุกแห่งผิดกฎหมาย เพราะสนามที่ได้รับอนุญาตกับวงพนันลับหรือการทำร้ายสัตว์มีเงื่อนไขต่างกันมาก นี่คือจุดที่คนจำนวนไม่น้อยพลาด แล้วโพสต์กล่าวหาคนอื่นลงเฟซบุ๊กจนกลายเป็นปัญหาหมิ่นประมาทแทนที่จะช่วยสัตว์
หลักสำคัญคือบันทึกสิ่งที่เห็น ไม่ใช่สิ่งที่ได้ยินต่อกันมา เช่น “เวลา 22.30 น. มีคนจำนวนมากเข้าออกโกดังด้านหลังตลาดอำเภอ” มีประโยชน์กว่า “ที่นี่จัดชนไก่แน่นอน” หากปลอดภัยจึงค่อยจดรายละเอียดรถ ป้ายทะเบียน เสียงประกาศ หรือกลิ่นควัน แต่ห้ามบุกรุกพื้นที่ ห้ามขโมยเอกสาร และห้ามยั่วยุให้เกิดการทะเลาะ กรมปศุสัตว์ มีข้อมูลและหน่วยงานระดับจังหวัดสำหรับประสานเรื่องสวัสดิภาพสัตว์ ส่วนเหตุฉุกเฉินด้านความปลอดภัยควรใช้หมายเลข 191 ไม่ใช่รออีเมลตอบกลับ เพราะเวลาสำคัญกว่าความสมบูรณ์แบบของแบบฟอร์ม
5 ความผิดพลาดที่ทำให้การแจ้งเบาะแสแย่ลง
- เข้าไปถ่ายภาพระยะใกล้หรือเผชิญหน้าผู้จัด
- เผยแพร่พิกัด ชื่อ และภาพใบหน้าผู้แจ้ง
- ตัดต่อคลิปหรือเติมข้อความเกินกว่าข้อเท็จจริง
- โทรแจ้งเหตุฉุกเฉินทั้งที่ไม่มีอันตรายเร่งด่วน
- ส่งข้อมูลเดียวกันซ้ำหลายหน่วยงานจนรายละเอียดขัดแย้งกัน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติแนะนำโดยหลักการทั่วไปว่า การแจ้งเหตุควรระบุสถานที่และลักษณะเหตุให้ชัดเจน เพราะข้อมูลที่คลุมเครือทำให้การจัดกำลังล่าช้า ขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ก็เป็นแหล่งอ้างอิงเรื่องการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล สิ่งที่อยากย้ำจากประสบการณ์ที่เคยเชื่อเว็บไซต์หลอกมาก่อนคือ อย่ากรอกชื่อ เลขบัตร หรือข้อมูลธนาคารลงแบบฟอร์มที่ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการ หน่วยงานรัฐไม่ควรขอรหัสผ่านธนาคารเพื่อรับแจ้งสัตว์ถูกทารุณกรรม ถ้าเจอแบบนั้น ให้หยุดทันที
ปี 2026 มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง
ในปี 2026 ช่องทางดิจิทัลทำให้การส่งภาพ ตำแหน่ง และเวลาเกิดเหตุสะดวกขึ้น แต่ความสะดวกไม่ได้แปลว่าทุกลิงก์ปลอดภัย ผู้แจ้งควรเริ่มจากเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานไทย หรือโทรหมายเลขที่ตรวจสอบจากเว็บไซต์ราชการ ไม่ใช่หมายเลขที่ส่งต่อในกลุ่มแชต การส่งไฟล์ต้นฉบับยังสำคัญ เพราะภาพหน้าจอที่ถูกบีบอัดอาจตัดข้อมูลวันเวลาและตำแหน่งออก แต่ข้อมูลตำแหน่งก็เป็นดาบสองคม หากเผยแพร่สาธารณะ ผู้จัดอาจรู้ว่ามีคนแจ้งและย้ายสถานที่ก่อนเจ้าหน้าที่ถึง
แนวปฏิบัติที่มีประโยชน์ในปี 2026 คือทำ “บันทึกเหตุการณ์” แยกจากไฟล์หลัก โดยเขียนเวลา อุปกรณ์ และลำดับเหตุการณ์ทันทีหลังออกจากพื้นที่ อย่าแก้ไขวิดีโอต้นฉบับ และเก็บสำเนาไว้ในที่ปลอดภัยอย่างน้อยสองแห่ง หากเห็นการใช้ยา อุปกรณ์แหลมคม หรือการทำร้ายสัตว์ ให้ระบุว่าเห็นอะไร ไม่ต้องวินิจฉัยว่าเป็นสารชนิดใด เพราะการวินิจฉัยเป็นหน้าที่ของสัตวแพทย์และพนักงานสอบสวน ตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ที่อ้างอิงใน องค์การอนามัยสัตว์โลก การลดความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานของสัตว์เป็นประเด็นสำคัญ แต่การลงมือช่วยอย่างบุ่มบ่ามอาจทำให้ทั้งคนและสัตว์บาดเจ็บหนักกว่าเดิม
“การแจ้งเหตุที่ดีต้องให้ข้อมูลเพียงพอแก่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ” นี่คือหลักที่ควรยึด ไม่ใช่การสร้างกระแสลงโซเชียลมีเดีย เพราะยอดแชร์ไม่ใช่หมายค้น และความคิดเห็นนับพันก็ไม่ทดแทนพยานหลักฐานได้

Photo by Kenneth Surillo on Pexels
อ่านต่อได้จาก [Internal Link: วิธีดูแลไก่ชนอย่างถูกต้องและมีสวัสดิภาพ] เพื่อแยกการเลี้ยงตามหลักออกจากพฤติกรรมทารุณกรรม
ผู้แจ้งเหตุควรทำอะไรแตกต่างจากผู้เล่นหรือผู้ชม
ผู้แจ้งเหตุมีหน้าที่ส่งข้อมูลอย่างสุจริต ส่วนผู้เล่นหรือผู้ชมอาจเกี่ยวข้องกับการกระทำที่กฎหมายท้องถิ่นกำหนดแตกต่างกัน การเห็นไก่ชนอยู่ในสถานที่หนึ่งไม่ได้พิสูจน์ทันทีว่ามีความผิด ต้องพิจารณาใบอนุญาต ลักษณะการจัดกิจกรรม การใช้เครื่องมือ การบาดเจ็บ และการพนันประกอบกัน ผู้แจ้งจึงควรหลีกเลี่ยงถ้อยคำตัดสิน เช่น “เป็นแก๊งอาชญากรรม” แล้วใช้ถ้อยคำว่า “สงสัยว่ามีการจัดการต่อสู้ของสัตว์” พร้อมอธิบายเหตุผลที่ทำให้สงสัย
ถ้าคุณอยู่ใกล้พื้นที่ ให้ย้ายไปจุดปลอดภัย มีแสงสว่าง และมีทางออก อย่าจอดรถขวางทาง อย่าถามผู้จัดตรง ๆ และอย่าให้เด็กหรือผู้สูงอายุไปด้วยเพื่อถ่ายคลิป เรื่องนี้ไม่ใช่ภารกิจสายลับในภาพยนตร์ที่ใครแอบเข้าโกดังแล้วเดินออกมาเท่ ๆ ได้ทุกครั้ง บางพื้นที่อาจมีอาวุธ ยาเสพติด หรือกลุ่มคนจำนวนมาก การรักษาชีวิตและความปลอดภัยมาก่อนหลักฐานเสมอ
เช็กลิสต์ข้อมูลที่ควรส่งให้เจ้าหน้าที่
- ตำบล อำเภอ จังหวัด และจุดสังเกตใกล้เคียง
- วันและเวลาที่พบเห็น รวมถึงความถี่ของเหตุการณ์
- จำนวนคน สัตว์ ยานพาหนะ และป้ายทะเบียนที่มองเห็นโดยปลอดภัย
- ลักษณะการบาดเจ็บ การใช้เครื่องมือ หรือการกักขังสัตว์
- ภาพ เสียง หรือวิดีโอที่ได้มาโดยไม่บุกรุก
- ชื่อบัญชีหรือหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้โฆษณา หากเป็นข้อมูลสาธารณะ
- ช่องทางติดต่อกลับที่ผู้แจ้งยินยอมให้ใช้
หากมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ให้โทร 1669 สำหรับเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ และแจ้ง 191 เมื่อมีภัยคุกคามหรืออาชญากรรมกำลังเกิดขึ้น สำหรับเรื่องสัตว์ ให้ติดต่อสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดหรือกรมปศุสัตว์โดยตรง การแบ่งประเภทเช่นนี้ช่วยให้เรื่องไปถึงหน่วยงานที่เหมาะสมเร็วขึ้น และลดการโทรผิดช่องทางจนเจ้าหน้าที่ต้องเริ่มถามข้อมูลใหม่ทั้งหมด
ตอนนี้ควรแจ้งเหตุอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด
คำตอบสั้น ๆ คือ ใช้ช่องทางทางการ เก็บข้อเท็จจริง และไม่เข้าใกล้พื้นที่เสี่ยง การแจ้งเหตุอย่างปลอดภัยในประเทศไทยควรแยกเป็นสามระดับ: เหตุอันตรายทันทีโทร 191, สัตว์บาดเจ็บหรือถูกทารุณกรรมประสานตำรวจและปศุสัตว์, ส่วนข้อมูลย้อนหลังส่งให้สถานีตำรวจหรือหน่วยงานจังหวัดพร้อมบันทึกเหตุการณ์
หลังแจ้งแล้ว ขอหมายเลขรับแจ้งหรือชื่อเจ้าหน้าที่ไว้ติดตาม แต่ไม่จำเป็นต้องโทรซ้ำทุกชั่วโมง ควรเก็บหลักฐานการติดต่อ เช่น วันเวลา หมายเลขอ้างอิง และเอกสารที่ส่ง หากเจ้าหน้าที่ขอให้เข้าไปชี้จุด ควรสอบถามว่าจำเป็นหรือไม่ และขอไปในช่วงกลางวันหรือมีเจ้าหน้าที่คุ้มกัน อย่าเผยแพร่รายละเอียดคดีระหว่างการตรวจสอบ เพราะอาจกระทบพยานและทำให้ผู้ต้องสงสัยทำลายหลักฐาน
อีกข้อมูลเชิงปฏิบัติที่มักถูกมองข้ามคือเวลาในไฟล์โทรศัพท์อาจคลาดเคลื่อน หากตั้งค่าเขตเวลาไม่ถูกต้อง ดังนั้นเขียนเวลาจริงตามนาฬิกาหรือป้ายประกาศในพื้นที่ประกอบด้วย และอย่าตัดต่อเสียงเพื่อเพิ่มความดังจนถูกกล่าวหาว่าเปลี่ยนแปลงหลักฐาน ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าเหตุเข้าข่ายอะไร ให้บอกเจ้าหน้าที่ตรง ๆ ว่า “ไม่ทราบข้อกฎหมาย แต่พบพฤติกรรมดังต่อไปนี้” ประโยคนี้ซื่อสัตย์และมีประโยชน์กว่าการอ้างมาตราแบบเดาสุ่ม
ควรเผยแพร่ลงสื่อสังคมออนไลน์หรือไม่
โดยทั่วไปไม่ควรเผยแพร่ภาพใบหน้า ป้ายทะเบียน บ้านพัก หรือชื่อผู้แจ้งก่อนเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เพราะอาจกระทบสิทธิส่วนบุคคลและทำให้เกิดการแก้แค้น ผู้ดูแลเพจพันธุ์ไก่ชนควรนำเสนอความรู้เรื่องการเลี้ยง การฝึก และกติกาอย่างรับผิดชอบ ไม่ใช้แพลตฟอร์มเป็นศาลเตี้ย หากจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือ ให้ปิดข้อมูลระบุตัวบุคคลและติดต่อหน่วยงานรัฐก่อน
[Internal Link: คู่มือกฎหมายและความรับผิดชอบในวงการไก่ชนไทย] ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจเส้นแบ่งระหว่างกิจกรรมที่มีการกำกับกับเหตุที่ควรแจ้งตรวจสอบ
สามการคาดการณ์สำหรับไตรมาสถัดไป
ในไตรมาสถัดไป คาดว่าการแจ้งเหตุผ่านช่องทางดิจิทัลจะเพิ่มขึ้น แต่หน่วยงานจะให้ความสำคัญกับข้อมูลที่ตรวจสอบย้อนกลับได้มากกว่าโพสต์ที่มียอดแชร์สูง ประการแรก ผู้แจ้งที่แนบสถานที่ เวลา และไฟล์ต้นฉบับน่าจะได้รับการคัดกรองเร็วกว่า เพราะเจ้าหน้าที่ประเมินความเร่งด่วนได้ชัด ประการที่สอง การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจะกลายเป็นประเด็นใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะเมื่อภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง ประการที่สาม ผู้ประกอบการสนามที่ถูกกฎหมายจะต้องสื่อสารใบอนุญาตและมาตรการดูแลสัตว์ชัดเจนขึ้น เพื่อไม่ให้ถูกเหมารวมกับวงพนันลับ
อย่างไรก็ตาม อย่าคาดหวังว่าระบบออนไลน์จะทำให้ทุกคดีจบภายในวันเดียว การตรวจสอบต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ พยาน ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตวแพทย์ และบางครั้งต้องมีหมายค้นหรือกระบวนการศาล ความคาดหวังที่สมจริงช่วยให้ผู้แจ้งไม่หงุดหงิดจนเผยแพร่ข้อมูลดิบออกสู่สาธารณะ หากผ่านไปหลายวันแล้วไม่มีการตอบกลับ ให้ติดตามด้วยหมายเลขรับแจ้งอย่างสุภาพ แล้วเก็บหลักฐานการติดต่อทั้งหมดไว้ นี่เป็นทางเลือกที่รอบคอบกว่าการโทรข่มขู่หรือโพสต์ประจาน ซึ่งอาจทำลายความน่าเชื่อถือของคดีเสียเอง
สรุปแล้ว การแจ้งเบาะแสไก่ชนอย่างปลอดภัยไม่ใช่การแข่งขันว่าใครจะได้คลิปชัดที่สุด แต่คือการลดอันตราย รักษาหลักฐาน และส่งข้อมูลให้กรมปศุสัตว์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือหน่วยงานท้องถิ่นตรวจสอบตามขั้นตอน หากพบเหตุฉุกเฉิน ให้โทร 191 ก่อน อย่าเผชิญหน้า อย่าบุกรุก และอย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวต่อเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ หลักคิดง่าย ๆ คือเห็นเท่าที่ปลอดภัย บันทึกเท่าที่ทำได้ และรายงานอย่างตรงไปตรงมา แค่นี้ก็ช่วยสัตว์และปกป้องตัวคุณเองได้มากกว่าการทำตัวเป็นฮีโร่หน้ากล้องแล้ว
หากต้องการศึกษาข้อมูลวงการไก่ชนอย่างมีความรับผิดชอบ สามารถเริ่มจากแหล่งความรู้ของพันธุ์ไก่ชนได้ที่นี่
คำถามที่พบบ่อย
Q: การแจ้งเบาะแสไก่ชนผิดกฎหมายหมายถึงอะไร?
A: การแจ้งเบาะแสคือการส่งข้อมูลเกี่ยวกับการทารุณกรรมสัตว์ การจัดการต่อสู้ของสัตว์ หรือการพนันที่สงสัยว่าผิดกฎหมายให้หน่วยงานมีอำนาจตรวจสอบ ไม่ใช่การตัดสินว่าผู้ใดมีความผิดทันที ผู้แจ้งควรระบุสิ่งที่เห็นจริง เช่น สถานที่ เวลา จำนวนสัตว์ และลักษณะการกระทำ โดยแยกข้อเท็จจริงออกจากข่าวลือ หากมีอันตรายเร่งด่วน ให้โทร 191 และออกจากพื้นที่ก่อน
Q: ต้องแจ้งเหตุไก่ชนที่ไหน?
A: เหตุอันตรายหรืออาชญากรรมที่กำลังเกิดขึ้นควรแจ้ง 191 ส่วนเหตุสัตว์ถูกทารุณกรรมหรือกิจกรรมต้องสงสัยควรติดต่อสถานีตำรวจในพื้นที่และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด ข้อมูลที่มีภาพหรือวิดีโอควรส่งผ่านช่องทางทางการที่ตรวจสอบจากเว็บไซต์ราชการ ไม่ควรใช้ลิงก์ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา จดหมายเลขรับแจ้ง ชื่อหน่วยงาน และเวลาที่ติดต่อไว้เพื่อใช้ติดตาม
Q: แจ้งโดยไม่เปิดเผยชื่อได้หรือไม่?
A: โดยทั่วไปสามารถสอบถามการแจ้งแบบไม่เปิดเผยชื่อหรือขอรักษาความลับกับเจ้าหน้าที่ได้ แต่เงื่อนไขขึ้นกับหน่วยงานและลักษณะคดี ผู้แจ้งควรถามให้ชัดว่าข้อมูลติดต่อจะถูกใช้ในขั้นตอนไหน และหลีกเลี่ยงการโพสต์ข้อมูลส่วนตัวบนสื่อสังคมออนไลน์ แม้ไม่เปิดชื่อในโพสต์ แต่พิกัด ภาพบ้าน หรือเสียงสนทนาอาจทำให้คนอื่นระบุตัวได้
Q: การแจ้งเบาะแสต่างจากการร้องเรียนสนามไก่ชนอย่างไร?
A: การแจ้งเบาะแสเน้นให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเหตุที่ยังไม่ทราบข้อเท็จจริง ส่วนการร้องเรียนมักเป็นการโต้แย้งการดำเนินงานหรือผลกระทบจากสถานที่ที่มีอยู่แล้ว สนามที่ได้รับอนุญาตไม่ได้หมายความว่าทุกพฤติกรรมในสถานที่จะถูกต้อง และการมีไก่ชนก็ไม่ได้พิสูจน์ว่ามีการทารุณกรรม ผู้แจ้งจึงควรอธิบายพฤติกรรมเฉพาะเจาะจงแทนการเหมารวม
Q: ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่รับเรื่องหรือไม่ตอบกลับควรทำอย่างไร?
A: ให้ขอหมายเลขรับแจ้งหรือหลักฐานการติดต่อ แล้วติดตามผ่านหัวหน้าหน่วยงานหรือช่องทางราชการระดับจังหวัด หากเป็นเหตุฉุกเฉินที่ยังดำเนินอยู่ ให้โทร 191 ซ้ำและระบุว่ามีเหตุเสี่ยงอันตราย อย่าโพสต์กล่าวหาเจ้าหน้าที่โดยไม่มีข้อมูล เพราะอาจทำให้การประสานงานแย่ลง เก็บวันเวลา เอกสาร ภาพ และข้อความตอบกลับไว้ทั้งหมดเพื่อประกอบการติดตามอย่างเป็นระบบ
Q: การส่งภาพหรือวิดีโอมีค่าใช้จ่ายหรือไม่?
A: การแจ้งเหตุผ่านสถานีตำรวจ 191 หรือหน่วยงานราชการโดยทั่วไปไม่มีค่าธรรมเนียม แต่ค่าอินเทอร์เน็ตหรือการจัดเก็บไฟล์เป็นภาระของผู้แจ้ง ห้ามโอนเงินให้ผู้ดูแลเว็บไซต์ที่อ้างว่าจะรับเรื่องหรือเร่งคดี และห้ามส่งรหัสผ่านหรือข้อมูลธนาคาร ไฟล์ควรเป็นต้นฉบับ พร้อมเขียนวันเวลาและสถานที่กำกับ หากไฟล์ใหญ่ ให้ถามเจ้าหน้าที่ว่าต้องการส่งผ่านช่องทางใดก่อน
Q: หากผู้ต้องสงสัยรู้ว่ามีคนแจ้ง ควรทำอย่างไร?
A: ให้หยุดการติดต่อกับผู้ต้องสงสัย ออกจากพื้นที่ และแจ้งตำรวจทันทีหากมีการข่มขู่หรือติดตาม อย่าตอบโต้ อย่านัดพบ และอย่าลบข้อความหรือบันทึกการโทรที่เกี่ยวข้อง ควรแจ้งคนใกล้ชิดที่ไว้ใจได้และเปลี่ยนเส้นทางกลับบ้านชั่วคราวหากจำเป็น หากมีอันตรายต่อชีวิต ให้โทร 191 และหากมีผู้บาดเจ็บให้โทร 1669 ทันที